Roland AX-Synth
รีวิว Roland AX-Synth : ถึงเวลาจอมยุทธจะได้ออกจากดงสะโน๋วกันแล้ว !!
คาระวะท่านจอมยุทธทุกๆท่าน ข้าน้อยอาจจะหายไปนานหน่อยสำหรับรีวิวคีย์บอร์ดรุ่นใหม่ๆเนื่องด้วยไปเขียน แต่กับรุ่นเก่าๆอยู่กับอีกสำนักหนึ่ง มาคราวนี้หลังจากที่เก็บเงินอดสุรานารีแดงอยู่พักนึงจึงได้มีโอกาส ทุบกระปุกไปสอยเจ้า Roland AX-Synth มาลั๊นลาหน้าเวทีกะเค้าบ้าง ซึ่งมันเป็นคีย์บอร์ดสะพายที่กลับมาจุติอีกครั้งหลังจากทิ้งตัวล่าสุดไว้ที่ Roland AX7 ซึ่งที่ผ่านมาทำแต่คีย์คอนโทรลเลอร์ทุกตัว จะไปเล่นไหนทีหอบพะรุงพะรังแถมยังต้องเสี่ยงต่อการเดินวิ่งให้ขามันพันสายมิ ดี้เล่นอีก
กลับมาคราวนี้ Roland ได้เอาใจคอคีย์บอร์ดสะพายด้วยการปรับปรุง Control อยู่หลายจุด และจุดหลักๆเลยคือในเรื่องเสียงซึ่งต่อไปเราจะไม่ต้องมาใช้คีย์คอนโทรลพ่วง Midi เหมือนในรุ่นก่อนๆกันอีกแล้ว แต่ใน AX-Synth จะมีเสียงในตัวของมันพร้อมลุยได้เลย
เรามาดูเสปคต่างๆในแต่ละจุดกันเลยดีกว่าครับ
โครงสร้างเสียง
ในสเปคตรงนี้ Roland ไม่ได้บอกละเอียดขนาดที่ว่ามาจากคีย์บอร์ดรุ่นใด WaveRom แค่ไหนแต่เท่าที่ได้ลองฟังมาน่าจะมาจาก SoundSet ส่วนหนึ่งของ Fantom X จำนวน 256 เสียง และแถมให้พิเศษอีก 8 เสียงซึ่งมาจาก Supernatural
ซึ่งเสียงพิเศษนี้ผมคาดเดาว่ามาจากเสียงแถมๆที่อยู่ใน RD700GX ก็อาจจะเป็นได้ เพราะถ้าเสียงนี้มาจาก Exp .ARX ก็น่าจะทำได้ดีกว่านี้อีกมากมาย , รุ่นนี้มี Voice ให้เต็ม 128 Voice แต่น่าเสียดายที่มี Voice เยอะก็จริงแต่ไม่สามารถผสมเสียง Layer อะไรได้การแต่งเสียงต่างๆต้อง Edit ผ่านโปรแกรม AX Synth Editor แต่เพียงอย่างเดียว
ก่อนจะมาว่ากันในเรื่องเสียง ผมก็ต้องขอขอบคุณ คุณ Vacty แห่งห้องอัดเสียง RoomToneStudio ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ทดสอบเจ้า AX-Synth มาด้วยนะครับ สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อต่างๆมีดังนี้ครับ
- StudioMonitor NS-10m
- DigitalMixer Yamaha DM-1000
เสียง ของ AX-Synth จะจัดหมวดหมู่ไว้เป็นระเบียบโดยมี 8 กลุ่มเสียง แต่ละกลุ่มจะมีเสียงให้ 32 เสียง และกลุ่มเสียงพิเศษ + SuperNatural ให้อีก 8 เสียง รวมทั้งหมดในเครื่องจะมี 264 เสียง ซึ่งจะเรียงกลุ่มเสียงเด่นๆตามลำดับต่อไปนี้
กลุ่มเสียง SynthLead 1
กด มาแล้วก็จะเจอกับเสียงแรกคล้ายๆกับ SynthBrass Solo ของ JX8P ในเพลง The FinalCountdown แต่ใน AX-Synth ใช้ชื่อว่า AX Sawlead ฟังแล้วน่าจะมาจากเสียงใน Fantom X , SonicCell แล้วมาเปลี่ยนชื่อใหม่อะไรทำนองนั้นครับ
แต่ถ้าจะถามถึงในเรื่องความดุ ดันโหดร้ายของเสียงSynthLead แล้ว คู่แข่งอย่าง Korg จะทำได้ดีกว่า ซึ่งเสียง SynthLead เดิมๆของเจ้านี่น่าจะเหมาะกับแนวที่เบาลงมาจาก Metal ,Progressive ก็น่าจะไปไหวนะครับ หรือใครสามารถ Edit ได้เก่งๆจับปรุงรสให้แซบอีกสักนิดก็น่าจะเอาไปเล่นแนว Metal ได้ ส่วนเสียง Lead อื่นๆก็มีเป็นจำพวก VintagesynthRoland อยู่หลายเสียงเช่น Jupiter , GR300 ,Profat ( อันนี้น่าจะเลียนแบบ Prophet หรือเปล่าไม่ทราบได้ ) SawLead ชนิดต่างๆรวมๆแล้วให้ใช้ 32 เสียง
กลุ่มเสียง SynthLead 2
จะ เป็นเสียง SynthLead ที่ถูกประจำการอยู่ใน Roland หลายๆรุ่น เช่นเสียงจำพวก PulseLead , Tri Lead , SineLead ,Theramax , Squarelead เหมาะกับผู้ที่ชอบสไตล์ SynthLead ย้อนยุคหน่อยน่าจะมี Pacth ที่โดนใจบ้าง
ลักษณะเสียงของทั้งสองกลุ่มเดิมๆจะให้มาเป็น Mono คือเอาไว้ Solo อย่างเดียวไม่สามารถกดเป็น Chords ได้
กลุ่มเสียง Bass
มี ทั้งเสียง Finger ,Pick ,Slap , DoubleBass ให้ครบถ้วน เสียงมีคุณภาพดีนำไปใช้งานได้เลย นอกจากนี้ยังมี Synthbass ให้เลือกใช้อีกมากมายอีกเกือบ 20 เสียง
กลุ่มเสียง LeadGuitar
ทำ ได้ดีมากครับ ผมเดาว่ากลุ่มเสียงนี้จะทำให้คุณเสียเวลาอยู่กับ Ax synth ได้อีกนาน กลุ่มเสียงนี้โดยส่วนตัวคิดว่า Roland ทำมาได้ดีและใช้ง่ายกว่าคู่แข่งอย่าง Korg , Yamaha มากๆ เสียงมีมากมายให้เลือกใช้ไม่ว่าจะเป็นเสียงกีต้าร์โซโล่ที่ชื่อ SearingGuitar ก็มีให้เลือกถึง 4 แบบ เล่นแล้วอาจจะโดนผีจอมมารพิณพิฆาตเข้าสิงกันอีกรอบก็เป็นได้ และบางทีถ้าคุมเทคนิคในการเล่นได้สัมพันธ์ทั้งมือขวาและซ้ายดีๆเผลอๆมือ กีต้าร์มีค้อนแน่นอนประมาณว่า " เฮ้ย วันไหนที่ตูมาซ้อมดนตรีสายสงสัยไอ่เจ้าคีย์บอร์ดคนนี้มันคงทำหน้าที่โซโล่ แทนได้แน่นอน ว่าแล้วก็แอบไปทำคีย์บอร์ดสะพายมันพังดีกว่า 555 " ว่าแต่เสียงในโทนอื่นๆก็มีอีกเพียบเช่น เสียงกีต้าร์แบบแจ๊ส ,
บลูส์ , เสียงกีต้าร์คลาสิค ,โฟลค์ , แต่พิณอีสานไม่มีจ้า Roland ยังตาไม่ถึงขนาดนั้น ถ้ามีเดี๋ยวจะสั่งทำคอส่วนปลายหัวพญานาครอไว้เลย อิๆๆ เสียงส่วนใหญ่ก็คุ้นๆว่าหลายๆเสียงน่าจะมาจากจาก Fantom X และ G อยู่บ้าง แต่ AcousticGuitar ไม่มีลูกเล่นเกี่ยวกับVelocitySwitch เช่นกดหนักแล้วจะ Slide เสียง ในรุ่นนี้จะไม่มีถ้าอยากได้ Slide แนะนำว่าไปเล่นเสก็ตน้ำแข็งแทนดีกว่า 555
( พูดเล่นนะครับ น่าจะต้องลอง Edit กันเอาเอง )
กลุ่มเสียง Brass / PolySynth
เปิด มาเสียงแรกของกลุ่มตามที่ SoundList ได้บอกไว้ว่านั่นคือเสียง 80'Brass ตอนแรกผมยังไม่ได้ฟังก็นึกว่าคงจะเหมือน 80' Brass แบบ SonicCell ที่เป็นเสียงโซโล่ของ FinalCountdown แต่ของรุ่นนี้ไม่ใช่ครับมันเป็นเสียง 80 'Brass จริงๆที่ใช้ในเพลง pop ยุคนั้น เสียง SynthBrass ที่ดีๆก็มีเบอร์ 05 WideSyntBrass นั่นคือเสียงใกล้เคียง Intro เพลง Jump ของ VanHalen ได้เลย และมาถึงในส่วนของเสียงที่น่าจะใช้กันบ่อยเช่น BrassSection ก็มีตั้งแต่เบอร์ 11 ก็เป็นโทนที่คล้ายๆกับ Fantom X ซึ่ง Roland ทำเสียงพวกนี้ได้ดีมาเสมอต้นเสมอปลายครับ เสียงเครื่องลมทองเหลืองที่ใช้ Solo ได้ก็มีมาให้เช่น Trumpet , Sax ซึ่งทำได้ดีกว่าใน Juno G แต่ยังเป็นรองเสียงที่อยู่ใน Specialtone อีกกลุ่มไม่ได้
เสียงที่ดีๆ ใช้งานได้เลยก็เช่น Harmonica คอเพลงบลูส์ ,เพื่อชีวิต ,ลูกทุ่ง น่าจะโดนใจบ้าง สำหรับในกลุ่ม PolySynth ซึ่งเค้าจัดให้อยู่ใน Group เดียวกัน ก็เป็นเสียงออกแนวย้อนยุคหน่อย มีให้ใช้ประมาณ 10 เสียงได้
กลุ่มเสียง String / Pad
มา เจอเสียงแรกเกือบจะตกใจกับเสียง AX String เป็น String ที่ติด Tremolo ฟังแล้วยังกับหนังผียังไงอย่างนั้น ก็มีเป็น AX String2 ที่ใช้งานได้เบอร์เดียว นอกนั้นจะออกเป็น SynthString เป็นส่วนใหญ่ แต่เสียงที่เด่นๆผมชอบดันเป็นเสียงของ Pad ต่างๆ AX Synth ทำออกมาได้เด่นกว่า String มากๆและมีให้เลือกใช้เยอะกว่ามาก ใครที่ชอบเสียง Pad ผมว่ารุ่นนี้ทำได้ไม่เลวเลยครับ
กลุ่มเสียง Organ / Clavi
มี เสียงเบอร์แรกๆที่ชื่อ Lord Organ ( สงสัยอาจจะต่อยอดจากเสียงที่ใช้ชื่อว่า Peep Durple ใน Fantom มาเป็นแน่แท้ ) ซึ่งเสียงจะออกคล้ายๆแนว Deep Purple นั่นแหล่ะครับ มีเสียงให้เลือกใช้มากมายทั้ง Rotary , VK ,Distortion + เสียงที่ปรับ Drawbar
ไว้หลายๆโทนก็มีให้เลือกใช้เพียบ รองรับได้ตั้งแต่แนวหมอลำยันแจ๊สได้สบายๆ เสียงเด่นๆที่ดีนอกเหนือจากที่เล่ามาก็มีเป็น GrandPipe ที่เป็นเสียงของออร์แกนโบสถ์อย่างอลังการ หากเอามาเล่น Voicing ดีๆจะทำให้ผู้ชมขนลุกได้ไม่ยาก (ว่าไปนั่น )
ข้อเสียของเสียงออร์แกนใน รุ่นนี้คือ ModulationControl เกี่ยวกับ Rotary ของออร์แกนมันเป็นแค่ Switch on /off เท่านั้นไม่สมจริงเลย แต่ถ้าใครไม่ซีเรียสตรงนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรในการเล่นครับ ฟังๆแล้วน่าจะ Edit แก้ไขได้อยู่นะ
อีกเสียงนึงคือ Musette หรือ Accordian ก็มีไว้ให้ ลูกทุ่งลูกกรุงเพลงเก่าน่าจะใช้งานได้เลย ( แต่มี Accordian อยู่เสียงเดียวทั้งเครื่องจ้า T_T ) มาถึงเสียง Clavinet ก็ไม่ต่างอะไรจาก Fantom X มากครับ เป็นเสียงที่ให้มาแบบดิบๆและแบบที่ใส่ Phaser มาก็มี เสียงนี้ก็ทำได้ดีอยู่แล้วนอกนั้นก็มีเสียง Vibraphone ,Marimba ทำได้ดีและที่คอเร็กเก้น่าจะชอบคือมีเสียง SteelDrums ให้ใช้ด้วย
กลุ่มเสียง Choir / Piano
เสียง Piano เป็นเสียงที่ Ax synth ไม่เน้นให้ใช้เลยให้เสียงที่พอฟังได้มาให้อย่าง AX Grand ชื่อเหมือนจะอลังการแต่เอาเข้าจริงเสียงยังกับ Grandไม้ฉำฉา เสียงค่อนข้างบางเบาดุจปุยนุ่นลอยอยู่บนเวหา และมีแค่ 2 layer พอใช้ Solo ได้แต่ถ้าเล่นเป็นเรื่องเป็นราว
ข้าน้อยคงต้องขอกราบลา และเสียง AcousticPiano อื่นๆ ก็นำมาจากรุ่นก่อนๆเช่น JD800 , มีให้เลือกอยู่ไม่กี่เสียงครับ ในส่วนของเสียง EP.จะให้มาเยอะกว่า ฟังๆแล้วเป็นเสียงที่มาจาก Fantom X ทั้งนั้น คือ EP. ที่ยากจะกินคู่แข่งอย่าง Yamaha ลงได้
ข้อเสียของเสียง EP. รุ่นนี้ถ้าเป็นสไตล์ Rhode ,Wurlizer จะมีย่านเสียงต่ำมาก ถ้าไปเจอตู้ลำโพงที่เบสหนักก็คงไม่รอดที่จะเสียงบวมอื้ออึงฟังไม่เคลียร์ได้ แน่นอน
ต่อมาเป็นในส่วนของเสียง Choir ก็มีให้ใช้หลายแบบ คุณภาพพอใช้ได้ มีเสียงตั้งแต่ Choir แบบบางๆไปจนถึงเสียงโหยหวนแบบโอเปร่าก็ยังมีให้ แนะนำเสียงเบอร์ 2 ซึ่งเป็นเสียงที่ชื่อ AerialChoir ฟังดูดีและสมจริงที่สุด ประมาณว่าถ้าเอาไปเล่นในห้องคนเดียวตอนดึกสงัดนี่มีหลอนได้
กลุ่มเสียง SuperNatural โคตรธรรมชาติ ( อ่านคำนี้ทีไรนึกไปถึงอัลบั้ม Santana ทุกทีแต่มันไม่เกี่ยวกันหรอกครับ 555 )
Viloin
เป็น ไวโอลีนที่มีเนื้อเสียงเล่นช่วงกลางๆต่ำๆพอใช้ได้ครับ เป็น Vilolin ที่ติด Modulation มาในตัวเลยและเป็นเสียงที่มีพยายาม Set กับ ControlModulation Bar ให้เป็นธรรมชาติการเล่น เช่น เมื่อไหร่ที่กด Modulation เสียงจะค่อยๆดังขึ้นมาแต่คงต้องหัดใช้งานมาบ้างไม่อย่างนั้นจะจับจังหวะไม่ ถูก
Cello
เชลโล รุ่นนี้ทำได้ดีครับ เนื้อเสียงคล้ายๆและเล่นได้ง่ายกว่า Viloin ข้างบนนั่น มีการ SetControl จากโรงงานมาคล้ายกัน หากควบคุมการเล่นได้ดีๆเผลอๆมือ Cello ลาออกได้ ( ประมาณว่าเจองานอื่นดีกว่า 555 )
Shakuhachi
เครื่อง เป่าของญี่ปุ่น รุ่นนี้ก็ทำได้ดีครับ มีการ set aftertouch เป็นการใช้ลมแบบ Vibration ถี่ขึ้นหรือลงและใช้ ControlModulation Bar กับ D beam Assignable ของเครื่องในการเล่นลมหรือน้ำหนักเบาดังของเสียง
Trombone
ทรอมโบน เนื้อเสียงพอใช้ได้ครับ มีการ setcontrol ที่คล้ายกับ Shakuhachi และมี Velocityswitch ที่กดหนักๆจะมีโทนเสียงแหลมเข้ามา แต่ลักษณะของเสียงเหมาะที่จะนำไปเล่นเพลงช้าๆไปถึงกลางๆมากกว่า
กลุ่มเสียง Special พิเศษใส่ไข่ แถมให้ 4 เสียง !
Trumpet
ทรัมเป็ต ทำได้ดีครับ เนื้อเสียงก็น่าจะมาจาก ใน Fantom X ,Juno G , มีการ SetControl Modulation Bar กับ D beam Assignable ,Aftertouch ให้เป็นการใช้ลมแบบ Vibration จะนำไปใช้ Intro เดี่ยวๆหรือ Solo ก็ใช้งานได้ดี
Sax
ชื่อก็ไม่บอกมาด้วยสิว่ามันคือ Alto หรือ Tenor แต่จากที่ฟังๆดูแล้วน่าจะเป็น AltoSax ยี่ห้อ Selmer รุ่น La voix II มากกว่า !! ( AltoSax อย่างเดียวจ้าอย่างหลังนี่ไม่ทราบได้ พิมพ์แถมเวอร์ไปงั้น
)
, เนื้อเสียงทำได้ดีครับฟังๆแล้วคล้ายๆใน Fantom G อยู่เหมือนกัน เสียงจะดีกว่าตัวที่อยู่ในกลุ่ม Brass อยู่บ้าง มีการ SetControl ต่างๆคล้ายกับTrumpet เลย การเล่นเสียงค่อนข้างควบคุมได้ไม่ยากมากใช้งานได้ดี
String
เป็น String ที่เหมาะกับใช้เป็น Background ในเพลงได้ดี เนื้อเสียงจะออกไปทาง SynthString ใช้งานได้หลายๆแนวดี
JazzScat
ดู ว์...ปั๊บ...ด๊าววว ! นั่นแหละคือเสียงนี้ มันคือเสียงร้องของคนร้องเป็นคำต่างๆ ซึ่งจะมี VelocitySwitch ไว้ 3 ระดับ คือกดเบาจะเป็น " ดูว์ ".... กดหนักในระดับกลางจะเป็น " ปั๊บ " และกดหนักที่สุดจะเป็น " ด๊าว " การเล่นจะต้องคุมน้ำหนักกันยากใช้ได้เลย คิดว่าเสียงนี้น่าจะเอาไปใช้เล่น Solo สไตล์ Jazz ที่ Duet เหมือนกับการใช้เสียงร้องคู่กับ Solo Guitar ไปด้วยแต่เล่นกับรุ่นนี้แล้วก็ไม่ต้องมาร้องใส่ไมค์เองอีกต่อไป จิ้มๆๆเล่นเอาเลย
วีดีโอการเล่นของ Roland AX Synth ผมขออนุญาตนำมาจาก Youtube มาลงให้ฟังเป็นแนวทางตามนี้นะครับ
Dim lights
ภาค Control ต่างๆของ AX Synth
เริ่มตั้งแต่ด้านซ้ายของเครื่องไปจนถึงขวาสุด
Volume - จะเป็นแบบ Rotary พลาสติกหมุนๆเบาดังเอา
Aftertouch - รุ่นนี้มาแปลกครับ กับ Aftertouch ที่ต้องหมุนเอาคล้าย Volume เจอครั้งแรกนี่ก็ทำให้จอมยุทธมือคีย์บอร์ดหลายท่านงงไปบ้างอยู่เหมือนกัน เวลาเล่นก็หมุนๆๆๆเอาครับ
Octave/ Variation ลบ /บวก เป็นการ ShiffOctave ขึ้นได้ทีละ 1 Octave สูงสุดบวกลบได้ 3 Octave หรือจะใช้เป็น Transpose ก็ได้ ( ต้องกดร่วมกับปุ่ม Transpose บน Panel )
ModulationBar - จะคล้ายๆ AX1 ,AX7 คือใช้นิ้วบีบๆเอาครับ ถ้าแข็งๆนะเหมือนเครื่องออกกำลังนิ้วเลย
Touch Controller - ไว้ Control Pitchbend เสียงเอื้อนต่างๆ เล่นมันส์ไม่มันส์ก็อยู่ตรงนี้แหล่ะ ( ถ้ารูดแม่นๆนะ ) จะเป็นแถบสีดำคล้ายๆ Ribbon ใน Korg ,Yamaha
D Beam Control แยกเป็น 3 ปุ่ม
- Pitch กดเมื่อไหร่เอามืออังลงไปก็จะเป็นเสียงเหมือนเล่น Pitchbend ไป 1 semitone หรือตามแต่จะตั้งไว้ของแต่ละเสียง
- Filter ทำเสียงให้มีอีกโทนหนึ่งเข้ามาเหมาะกับเอาไว้เล่นเสียง SynthSolo
- Assignable แล้วแต่เราจะตั้งไว้เลยว่าจะให้มันเป็นอะไรเช่น เป็น Modulation , Volume ถ้าไม่ไปตั้งอะไรก็ใช้จากโรงงานก็ได้เค้าก็ Setup มาอยู่บ้างแล้ว
อ๊ะๆ ยังไม่หมดแค่นั้น ถ้าลองพลิกมาดูในส่วนของมือจับด้านซ้ายก็จะเจอ Control อีก 3 ตัวให้ใช้ดังนี้
Portamento - เป็นปุ่มเปิดปิด Portamento ต้องลองฟังเอา จะเห็นลักษณะเสียงได้ชัดจากกลุ่ม SynthLead ทั้งหลาย
BenderMode - เปิดปิดรูปแบบ Bender ที่เราได้ตั้งไว้ล่วงหน้าแล้วเป็นแบบของเราเองเผื่อใช้งานเฉพาะกิจต่างๆ แต่ใช้ไม่ได้กับเสียงกลุ่ม SuperNatural นะครับ
Hold - กดปุ่มนี้แล้วเสียงจะค้างไว้เหมือนเราเหยียบ SustainPedal Piano
มาถึงในส่วนของ Panel หน้าเครื่อง จะเป็นปุ่มควบคุมการส่งสัญญาณ Midi ต่างๆดังนี้
TX on กดแล้วจะเป็นการเลือกที่จะควบคุมสัญญาณ Midi จากภายนอก
ProgramChage Inc ,Dec ก็ส่งสัญญาณการเลื่อนโปรแกรมขึ้นหรือลง
TRANSPOSE ปุ่มนี้ทำงานร่วมกับปุ่ม Octave + - ด้านซ้าย จอจะแสดงผลว่า + หรือลบไปกี่ Semitone
V Link สำหรับควบคุมอุปกรณ์ต่างหากของ Roland เค้าโดยเฉพาะ
SHIFF กดปุ่มนี้ค้างไว้แล้วเลือกการควบคุมต่างๆไม่ว่าจะ Midi Ch หรือจะเป็นหมายเลขของเสียงที่เราต้องการก็กดเบอร์ลัดไปได้เลย
Variation - / + ก็เอาไว้กดขึ้นลงหาเสียงที่ต้องการ ปุ่มนี้จะใช้เยอะกว่าใครเพื่อนแน่นอนทางที่ดีเพื่อกันปุ่มเสื่อมเร็วเราน่า จะมี Soundlist ไว้กับตัวเผื่ออยากได้เสียงไหนก็กดตัวเลขลัดไปเลยจะทำให้ใช้งานเร็วกว่าและ ปุ่มไม่เสื่อมเร็วด้วย
Favorite แยกเป็น A/B จะใช้งานเสียงไหนก็ Save เก็บไว้ล่วงหน้าได้เลยรวมแล้ว 16 เสียง
แผงการเชื่อมต่อด้านหน้าเครื่อง
Power กดปิดเปิดเครื่องเป็นแบบ Switch เลื่อนขนาดเล็กๆ
FootPedal ไว้เชื่อมต่ออุปกรณ์เช่น SustainPedal ( ที่นำมาใช้แทนได้ก็มีเป็นของ Yamaha , M audio )
USB connect สำหรับต่อสาย USB เพื่อทำงานกับ SynthEditor ใน Computer
Midi in ,Out ต่อสาย Midi เผื่อต้องการควบคุม Soundmodule ,Keyboard ภายนอก
Phone เป็นแบบ 3.5 " Stereooutput ใช้กับหูฟังทั่วไปก็ต้องมีตัวแปลงหัวก่อนนะ
ATT on-off ถ้าเปิดเป็น on แล้วเชื่อมต่อด้วยสายสัญญาณปกติความดังของเสียงจะลดลง ใช้งานทั่วไปควรเปลี่ยนปิดเป็น Off ดีกว่า ยกเว้นเวลาเชื่อมต่อสัญญาณไวเลส ทางคู่มือแนะนำให้เปิดเป็น On
Output L/R เป็นแบบ 3.5" มาตราฐานทั่วไป
วัสดุที่ใช้กับ AX Synth
คีย์กด - เป็นชุดคีย์ 49 คีย์แบบ RubberContact และเป็นคีย์ที่มีแรงเด้งกลับไวมากก็เหมาะกับงาน Solo ต่างๆของ AX Synth ดี
ปุ่มกด - ปุ่มหลักๆเช่น ปุ่มเลือกกลุ่มเสียงมีขนาดใหญ่กดใช้งานได้ง่าย มีไฟแสดงผลสีฟ้าภายในอยู่เกือบทุกปุ่ม
Body - เป็นพลาสติกสีด้านๆ AX Synth จะทำมาขายสองสีคือ ขาว และ ดำ ถ้าใครอยากได้สีอื่นๆก็คงต้องจัดสีสเปรย์ไปเป่ากันเอาเอง สาดศิลป์ด้วยลาย Airbrush อีกสักนิดแจ่มแน่นอน
TouchController - เป็นแบบ CarbonSensor หลีกเลี่ยงการโดนความชื้นต่างๆไม่อย่างนั้นมีสิทธิ์ทำงานผิดพลาดได้โดยกู่ไม่กลับ
D beam- เป็นแบบ Infraled มีระยะเริ่มสั่งงานประมาณ 9 เซ็นติเมตร
การใช้งานจริง
AX Synth มีดีไซน์บอดี้ที่ไม่สามารถวางได้โดยปลอดภัยครับ คือด้านท้ายของมันจะโค้งเว้าขึ้นทำให้วางบนขาตั้งกีต้าร์ก็ไม่ได้ วางตั้งพิงบนพื้นก็เสี่ยงต่อการเอนล้ม ดีที่สุดก็เป็นวางนอนหงายนี่แหล่ะปลอดภัยที่สุดแล้ว
จาก ในรูปกว่าจะหามุมวางบนขาตั้งกีต้าร์ได้ก็ยากอยู่พอควร ตั้งได้แล้วถ่ายไปก็ต้องคอยระวังไปด้วยว่ามันจะเอียงล้มมาไหมจะได้เอามือไป รับได้ทัน แต่เพื่อภาพถ่ายที่ชัดเจนก็ต้องยอมครับ
รูป ทรงของมันเหมาะกับคนที่รูปร่างสูงหน่อยจะเหมาะกว่าครับ ถ้าสูงไม่มากสะพายตัวนี้ไปจะดูเหมือนสะพายเครื่องตัดหญ้ามากกว่า 555 ( ล้อเล่นน่ะครับ ใจรักจริงๆไม่ต้องไปสนรูปร่าง ) น้ำหนักของมันก็ 3.9 กิโลกรัม เบากว่า Juno G สองกิโล ต้องกะเกณฑ์กันให้ดีครับว่าพอไหวไหม และการที่ใช้ Aftertouch แบบหมุนๆก็ทำให้ไม่ค่อยจะชินในการเล่นเท่าไหร่คงต้องหัดกับมันอยู่พอควรครับ ในเรื่องจอ LCD ก็ดันเป็นแบบตัวเลขดูโบราณอีก จริงๆ Roland พัฒนามาขนาดนี้แล้วน่าจะให้จอ LCD แบบที่อยู่ในซินท์ทั่วไปมาให้เลยจะทำงานง่ายกว่ามาก มีการ Edit แต่งเสียงต่างๆที่สามารถจบในเครื่องได้เลยก็จะเยี่ยมมากไม่ต้องไปพึ่งพา SynthEditor ใน com อีกต่อไป
( มันเหมาะกับเวลาที่เราไปเล่นจริงนอกสถานที่แล้วต้องการปรับโน่นเพิ่มลดไอ้นี่ก็ทำได้เลย )
รุ่น นี้จะมีสายสะพายของ Roland ติดมาให้ด้วย แต่ต้องระวังหมุดใส่สายสะพายจะทำให้เครื่องหลุดจากที่สะพายได้ควรหาตัวล็อค สายสะพายที่ใช้ในกีต้าร์มาเสริมอีกชั้นเพื่อความปลอดภัย และการที่มีเสียงในตัวเองแล้วทำให้สะดวกในการเล่นมากขึ้นแต่ก็มีภาะทางสาย สัญญาณมากขึ้นนั่นคือต้องหาสายสัญญาณยาวๆตามแต่ความต้องการจะไปกระโดดโลด เต้นอยู่หน้าเวทีมาใช้อีก 2 เส้น เดี๋ยวใช้ๆไปแล้วจะนึกอยากได้ไวเลสไร้สายมาแบบพวกมือกีต้าร์มาแน่นอน หมอเปาฟันธง ! แต่ถ้าใครต้องการเชื่อมต่อ FootPedal ด้วยก็ต้องไปโมสาย FootPedal ให้ยาวๆตามมาอีกไม่งั้นไม่จบแน่นอน ( ถ้าไม่ใช้ก็ไม่เป็นไร ใช้ปุ่ม Hold แทนก็พอไหวในกรณีเสียง Piano )
ในเรื่อง Adaptor ของรุ่นนี้ถ้าไปเล่นสดจริงไม่มีทางได้ใช้มันแน่นอนครับเพราะสายเจ้า Adaptor มันสั้นปกติทั่วไปเลย ก็คงต้องใช้เป็นถ่านไฟฉายตรากบแทน เฮ้ยไม่ใช่ ! ถ่านอัลคาไลน์ ขนาด AA 8 ก้อนน่ะ
จะให้ดีใช้แบบ Longlife มียี่ห้อดังๆ
ประมาณ ใส่แล้วใช้หุ่นปีนเขา ถีบจักรยานอะไรพวกนั้นได้น่าจะดีกว่า ระวังนะครับเรื่องแบตเตอรี่เนี่ยต้องหมั่นเช็คไฟและมีสำรองไว้หน่อย เดี๋ยวจะเป็นแบบเวลาโซโล่ดวลคู่กับมือกีต้าร์กำลังทำหน้าเสียวอย่างเมามันส์ ไอ่มือกีต้าร์หันไปมอง เฮ้ยย..ทำไมเสียงแกเริ่มเล่นเพี้ยนๆวะ นั่นแหละแล้วคุณจะต้องพูดต่อว่า " ถ่านตูจะหมดว่ะ T_T " มันจะมีอาการเสียงเพี้ยนไม่ก็ดับวูบไปเลยต้องวิ่งไปเปลี่ยนหลังเวทีหรือฝาก ใครไปซื้อที่เซเว่นอายนักร้องหญิงมันอีก 555 ก็ควรใช้ถ่านที่เกรดดีๆและควรมีสำรองไว้สักชุด
แต่ระบบแบบใส่ถ่าน ได้ก็ดีมากตรงที่เวลาอยากไปเล่นที่ไหน จะยอดเขา ,ดาดฟ้าตึก ,ในรถในเรือ ,ริมหาด ,ยานอวกาศหรือแม้กระทั่งนั่งอึอยู่ในห้องน้ำ มันก็พร้อมเล่นกับเราไปได้หมดเพียงแค่เรามี " ถ่าน " กับหูฟังดีๆสักตัวเท่านั้นสวรรค์แห่งการโซโล่ก็อยู่ในมือเราแล้ว
อ่อ...เวลา ที่ท่านโซโล่อย่างเมามันส์ถ้าจะใช้แดนบีมส์ เฮ้ยย .! ดีบีมส์ ก็ระวังไอ่พวกนักร้องจะมาช่วยบิ๊วส์อยู่ใกล้ๆเกินไปด้วยล่ะ ไม่งั้นเดินมาบัง D Beam เมื่อไหร่มันจะทำงานทันที กรณี Set เป็น Pitch ไว้ด้วยก็ตัวใครตัวมันล่ะครับ 
ใน เรื่องเสียงของรุ่นนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นข้อดีหรือข้อเสีย นั่นคือเสียงบางเสียงในทุกๆกลุ่ม บางเสียงก็ใส่ Reverb มาซะฉ่ำอุราเลย แต่บางเสียงก็แห้งแบบฝนไม่ตกมา 7 ปี คล้ายๆใน SonicCell นั่นแหล่ะ คิดๆในแง่ดีก็ไม่ต้องไปปิดเอฟเฟคในเครื่องเวลาจะใช้งานทำเพลงในห้องอัด คิดในแง่เสียคือเสียงที่ให้มามัน " ทำอะไรของมึ_ วะเนี่ย เอฟเฟคมันไม่ Balance กันเลย !! "
นอกนั้นก็ไม่มีปัญหาใดๆใช้งานได้ดี
ก่อนจะจบรีวิวขอแถมท้ายให้ด้วยการ " รีวิวกระเป๋าคีย์บอร์ด " ของรุ่นนี้ด้วยเลยนะครับซึ่งถ้าไม่เพี้ยนก็คงไม่มีใครรีวิวเจ้ากระเป๋าตัวนี้มาลงคู่กันได้แต่สำหรับเวปป๋า...จัดหนักไปโลด 555
Roland AX Synth มีขนาดและรูปร่างที่คงจะเดินหากระเป๋าหรือกล่องตามร้านดนตรีทั่วๆไปมาใช้ได้ ยากครับ ซึ่งก็คงจะมีตัวแทนจำหน่ายที่เดียวเท่านั้นที่มีกระเป๋าแบบ SoftCase ขายให้ นอกนั้นก็ต้องไปสั่งตัดกันเอาเอง
SoftCase ของรุ่นนี้จะเป็นผ้าหนาสีดำเหมือนกระเป๋าคีย์บอร์ดทั่วๆไปมีกระเป๋าย่อยๆ อยู่ตรงกลางข้างในมีซิปเก็บของได้อีก 1 ชั้น แต่ด้านนอกฝาปิดตรงกลางนี้ดันใช้เป็นตีนตุ๊กแกติดทำให้เวลาดึงแรงๆตะเข็บจะ เสียหายได้ มีสกรีนยี่ห้อ Roland ตัวเล็กๆไว้ให้ด้วย ด้านในบุด้วยผ้าสีดำซับด้วยฟองน้ำหนากันกระแทกได้ดีครับ ในกระเป๋าคีย์บอร์ดไทยทำหลายๆรุ่นชอบบุภายในด้วยกำมะหยี่สีแดงซึ่งนานไปมัน จะเป็นขุยหลุดร่วงลงไปในตามซอกคีย์และช่องตามปุ่มคีย์บอร์ดทำให้เครื่องมี ปัญหามาก็เยอะ สำหรับซิปของกระเป๋ารุ่นนี้เป็นซิปขนาดใหญ่เปิดได้ทั้งสองด้านรูดได้ง่ายดี ไม่ค่อยมีปัญหาซิปติดสักเท่าไหร่ ด้านหลังก็เย็บสายสะพายไว้สะพายแบบเป้ด้านหลังก็สะดวกดี น้ำหนักตัวเครื่องรวมกระเป๋าของรุ่นนี้ไม่หนักมากครับเดินทางโดยรถเมล์ รถไฟฟ้าได้ไม่ลำบากแน่นอน
เคยเห็นกระเป๋าคีย์บอร์ดขนาดกลางและขนาดใหญ่บ้างไหมครับผมสงสัยว่ามันจะติด สายสะพายหลังมาให้ทำไมในเมื่อน้ำหนักตัวเครื่องก็ราวๆ 14 - 18 กิโลกรัม หากจะใช้สะพายแบบเป้เดี๋ยวหูยึดก็ต้องขาดแน่นอนไม่สามารถใช้งานจริงได้
ก็ มีแต่หูสำหรับถือเท่านั้นครับที่เราต้องฝากชีวิตไว้กับมันเสมอเวลาต้อง เคลื่อนย้าย โดยรวมแล้ว SoftCase ของแท้ๆซื้อจากตัวแทนจำหน่ายทำรุ่นนี้มาได้ดีครับ
Roland AX Synth เป็นคีย์บอร์ดสะพายที่น่าสนใจ มันมีเสียงในตัวที่มีคุณภาพดีและใช้งานได้จริงหลายเสียงโดยที่ไม่ต้องไป Edit อะไรมันมากมาย มีภาค Control ต่างๆให้มาเล่นอย่างเพียงพอ ปกติเวลาเราเล่นคีย์บอร์ด
ก็เหมือนถูกขังอยู่แต่ในดงโสน ( อ่านว่าสะโน๋ว ) ทำให้ตำแหน่งคีย์บอร์ดไม่ค่อยจะโดดเด่นอะไรบนเวทีกับเค้าถ้าไม่แก้ผ้าเล่น 555
ก็ มีแต่เจ้า AX Synth ตัวนี้แหล่ะที่ทำให้เหล่าบรรดาจอมยุทธคีย์บอร์ดทั้งหลายได้ออกมากระโดดโลด เต้นกับเค้าหน้าเวทีบ้างสักที ซึ่งถ้าเป็นยี่ห้ออื่นๆก็ยังไม่มีการพัฒนาคีย์บอร์ดแบบสะพายบ่อยเท่ากับ Roland ซึ่งถ้าคุณมีคีย์บอร์ดหลักๆอยู่แล้วต้องการเครื่องมาเสริมอีกชิ้นเพื่อ เพิ่ม PowerPlay หน้าเวทีและหลีกหนีความจำเจในการเล่นเดิมๆด้วยล่ะก็ผมขอทิ้งท้ายด้วยวาทะแอบ Tribute ไว้ว่า
" ทุบกระปุกทุกอันที่คุณมีแล้วรีบไปสอยรุ่นนี้กันโดยด่วนเลยครับ " 

