Roland Juno-G " 3 นาทีพร้อมลุย "
<< คลิคขยาย
เดิมทีผมเองเป็นคนที่ใช้แต่ยี่ห้อ Korg ,Yamaha มาตลอดไม่เคยได้ลองใช้ Roland เป็นเรื่องเป็นราวสักทีจนมาได้ลองใช้ Juno G ก็พบว่ามันมีอะไรที่ดีๆน่าสนใจเหมือนกัน มันมีฟังก์ชั่นบางอย่างที่หาไม่ได้ใน Korg ,Yamaha ซึ่งจุดนี้อาจทำให้Roland เป็นเพื่อนคู่ใจของนักดนตรีอาชีพในกลุ่มใหญ่ๆทั่วโลกจนมีส่วนแบ่งการตลาด เครื่องดนตรีของโลกไปส่วนหนึ่งเลยก็ว่าได้ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ เพราะเดี๋ยวต้องโม้อีกยาวแน่
โครงสร้างเสียง
Juno G ใช้ SoundSet ส่วนหนึ่งมา จากรุ่น Fantom S + Fantom Xa +Fantom X ลดทอน waverom เหลือ 64 M แต่ให้ Voice เต็ม 128 Voices เท่ารุ่นใหญ่ มีเอฟเฟคให้เท่ากับของ Fantom X เป๊ะๆ คือ 3 Insert , มีเอฟเฟคทั้งหมด 78 แบบ เสียงของ Roland เป็นเสียงที่ควรจะต่อ Output แบบ Stereo แล้วก็ควรจะได้ตู้ลำโพงดีๆ จะเล่นกับมันได้สนุกมาก
( ไม่แนะนำให้ต่อ Mono ใช้กับตู้ KB100 หรือแอมป์ไทยเกรดต่ำ ไม่งั้นจบเห่แน่นอน จูโน่จะกลายเป็นจูเน่าในทันที !! )
มาคุยกันต่อเรื่องเสียงเดิมๆจากโรงงาน ยกตัวอย่างเสียงที่น่าจะใช้งานกันบ่อยๆแล้วกัน
AcousticPiano ใช้ชื่อว่า Juno G Grand เป็นเสียงที่พอใช้ได้ครับ แต่ยังด้อยกว่า JunoStage ,SonicCell ,GW8 อยู่มาก เสียงเปียโนของรุ่นนี้เป็นเสียงที่ดีพอเล่นเป็น Background ได้แต่มันไม่มีคาแร็คเตอร์ของเสียงเลย ไม่เหมือนกับ Yamaha ,Korg ที่ฟังปุ๊บแล้วจะพอรู้เลยว่าเสียงนี้นี่ล่ะยี่ห้ออะไร ถ้าเน้นเสียงเปียโนไม้คงต้องหา SRX-02 ,SRX-11 จับใส่ลงไปแทนล่ะครับ
ElectricPiano ทำได้ดีครับ เสียงในสไตล์ Rhode ,Wurly , มีให้เลือกใช้หลากหลายเสียง มีมวล Mid ,Low ค่อนข้างเยอะ ต้องระวังเรื่องตู้ที่จะเล่นและ EQ ดีๆครับแต่ถ้าเป็นสไตล์ DX ยังทำออกมาไม่ดี เสียงยังเป็นอะไรที่ขาดๆเกินอยู่มาก
Organ ถ้าใครชอบออร์แกน Hardrock ต้องมาร่ายมนต์บนเสียง PEEP DURPLE กันเลยครับ ( ตั้งชื่อเดาซะยากจริงๆเลย )เสียงของมันดุได้ครับ แต่ถ้าจะบอกว่าเหมือน Hammond แท้ของ Johnlord ไหมก็คงบอกว่ายากครับที่ Synth จะเลียนแบบเสียงได้เหมือนขั้นแซปขนาดนั้นองค์ประกอบของ Organ จริงๆมันมีเยอะมากครับ แต่รุ่นนี้เสียง Organ แนวๆอื่นก็มีให้ใช้เยอะครับ ตั้งแต่หมอลำยันดีฟเพอร์เพิล โดยรวมถือว่าโอเคครับ
String ทั้ง String Pad ก็ใช้งานเล่นเป็น Background ได้ดี จะเล่นเป็น Solo ก็ใช้งานได้มีให้เลือกเพียบทั้ง AnalogSting ,OctaveSting ,OrchestraSting เสียงดีเสมอต้นเสมอปลาย
Brass ดีมากๆครับ เช่นเสียง JG Brass + Reverb อีกสักนิด นำไปลุยได้ทุกสถานการณ์สบายมากๆครับ มันเป็น Brass ที่เนื้อไม่สมจริงแบบYamaha นะครับ แต่เล่นกับวงโดยรวมแล้วดันฟังออกมาดูดีใช้ได้ เนื้อเสียงก็ยังเป็นเอกลักษณ์ของ Roland มายาวนานมาก
Saxsophone พอไปวัดไปวาได้แต่ถ้าเอาเข้าผับเข้าบาร์ก็ตัวใครตัวมันล่ะครับคงต้องปรับกัน อีกเยอะครับ เดิมๆที่ฟังดูเช่น Altosax เสียงยังกับปี่ชวาซะงั้นเล่นๆไปกลัวงูจะโผล่มางับขาซะเปล่าๆ555 ที่พอใช้ได้ก็มี Tenorsax แต่คงต้องอัด Reverb ฉ่ำๆหลอกหูสักหน่อยถึงจะเอาไปลุยได้แต่เนื้อเสียงพวกเครื่องเป่า Roland มันทำมาเพื่อให้อัพเกรดจริงๆครับ ต้องลองฟัง SRX Studio Card นี่สิ.. แม่เจ้าเสียงSax ปี่ชวาจากโรงงานก็จะกลายเป็นSax Selmer ในบัดดล หากจะเล่นรุ่นนี้เอาไว้มีงบค่อยสอยมาติดเพิ่มเอาทีหลังก็ได้
Guitar เป็นเสียงที่ขอนำเสนอเลยครับ มันทำได้ดีมากๆทั้งกีต้าร์ไฟฟ้าและกีต้าร์อคูสติก อย่างเช่นกีตาร์ไฟฟ้าเสียงที่ชื่อ SeachCosm นี่เล่นได้ทั้งวันเล่นแล้วยังกะโดนผีกีต้าร์ฮีโร่เข้าสิงห์เพราะเสียงเค้าทำ ให้เล่นออกมาง่ายและมันส์มากๆครับ เสียงอคูสติกกีต้าร์ก็เล่นกับ VelocitySwitch ได้เยี่ยมมากๆ เนื้อเสียงและลูกเล่นต่างๆคล้ายๆYamaha Motf Es เลย แต่ก็เป็นอะไรที่เวลาเล่นกับวงก็ไม่ได้ใช้มันอยู่ดีอ่ะแหล่ะ T_T น่าจะไปอัพเกรดเเสียงเปียโนแทนดีกว่า
SynthSolo ในรุ่นนี้ถ้าจะหา Solo แบบ Softlead นุ่มๆ สไตล์ FusionJazz นี่มีเพียบครับ แต่ถ้าจะหา Hardlead จิ๊ดจ๊าดดุๆ คงจะดุได้ไม่เต็มที่ครับฟังๆแล้วเหมือนแมวไม่ได้ใส่เขี้ยวมา คงต้องเอาปรับแต่งกันเอง แต่ถ้าชอบ SynthSolo จริงๆต้องลองฟังwww.space4keys.com ดูเค้าแต่งเสียง Solo ดุๆรุ่นนี้ไว้ได้อย่างน่ากลัวเลย เล่นซะจากแมวเป็นเสือโคร่งได้เลย ยิ่งใครชอบ DreamTheater นี่ห้ามพลาด แซบอีหลีเด้อ!!
การใช้งาน
อย่างที่ เกริ่นไว้ว่า " Juno G 3 นาทีพร้อมลุย !! " อุปมายังกับบะหมี่มาม่ายังไงยังงั้น นั่นก็เพราะมันมีฟังก์ชั่นที่เอื้อประโยชน์ต่อคนเล่นสดมากๆคือ LiveMode คุณจะสามารถนำเสียงที่ต้องการมาเรียงต่อกันได้อย่างรวดเร็วและทำได้ไม่ยาก เช่น เพลงที่ 1 เราต้องใช้เสียง Piano ,Sting ,Brass , Sax ,Bell ถ้าเป็นยี่ห้ออื่นๆคงต้องทำการบ้านมาล่วงหน้าไม่งั้นไม่ทันแน่ แต่ถ้าเป็น Juno Gจะสามารถนำเสียงเหล่านั้นมาลงแต่ละปุ่มตัวเลขได้เลย ลงได้ทั้งหมด 12 เสียง รวมกันนับเป็น 1 Bank มี Bank ให้ใช้ 20 กว่าBank ซึ่งก็น่าจะพอเพียงในการเล่นสด ซึ่งการ Setup เสียงให้ใช้งานก็ทำได้สะดวกรวดเร็วด้วยเวลาไม่ถึง 3 นาทีก็เสร็จสำหรับ 1 Bank (เวลาที่เหลือเอาไปกินเหล้าต่อ 55 ) เนี่ยล่ะคือเสน่ห์ของ Roland เค้าอีกจุดนึงล่ะ
ในการใช้งาน Mode อื่นๆรุ่นนี้จะมีจอแสดงผลที่ใหญ่ ทำให้หน้าการทำงานใน Perform Mode ทำได้สะดวก จะ Spilt ,Layer อะไรก็ดูได้สะดวกดี ซึ่งใน Performances ก็ยังมี Patch ให้น้อยอยู่เหมือนเดิมคือแค่ 64 ซึ่งก็คงผลักให้ใช้ Livemode ร่วมด้วยเป็นแน่แท้
ในการเล่นสดจะมี Knob 6 ตัวให้ปรับ SoundModify ได้ทันที จะมันส์มากเวลาเล่นสดเสียง Synth แนวบิดโน่นบิดนี่ ปิ๊วๆ ฟิ๊วๆ มีอีกจุดหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Roland นั่นก็คือ " D Beam " ครับ ครั้งแรกๆที่ผมเอาไปเล่นวงกับเพื่อน ( กำลังเห่อของใหม่ ) นักร้อง ญ เดินมาบอกว่า " พี่ค๊าา ยุงจะตอมเครื่องพี่เหรอคะ เห็นทำท่าจะตบไม่ตบยังไงไม่รู้ " T_T ก็ท่าทางเล่น D Beam มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วอ่ะครับน้องสาว ( เก๊กเสียงหล่อตอบไป )หรือใครจะใช้ลิ้นโบกได้ก็เอาเลยครับ อิๆๆ แย่งซีนมือกีต้าร์แน่นอน ว่าแต่ D Beam มันจะช่วยได้มากเวลาเล่นเสียง Synth ต่างๆ และเราก็ Assign ค่าต่างๆลงไปได้อิสระ
แต่สุด ท้ายก็ไม่ค่อยได้ใช้ครับเพราะ.....ต้องเอา Juno G วางเป็นตัวล่างสุดมีตัวอื่นวางอยู่ข้างบนมันบัง D Beam ไว้ทำงานไม่ได้ จบเห่...5555 ( เนี่ยล่ะจุดตาย D Beam จากวัดเส้าหลิน )
ยังมีปุ่มฟังก์ชั่นอีกอันที่ลืมบอกไปนั่นคือ ChordMemory นั่นเอง มันคือฟังก์ชั่นที่เวลาเราลืม Chords หรือไม่รู้จะจับ Chords นี้ยังไงก็กดปุ่มนี้ปุ๊บเลือกรูปแบบ Minor ,Major7 ,Dim , มันก็จะแสดงออกมาให้เห็นในบัดดลอุปมาดั่งคัมภีร์อาจารย์ตักม้อมาช่วยเลยก็ ว่าได้ทำให้ทำให้เราไม่ต้องบากหน้าไปถามมือกีต้าร์ว่า " เฮ้ยๆ คอร์ดนี้มันมีตัวอะไรบ้างวะ " ก็เนียนๆรอดตัวไปได้สบายแฮ ซึ่งในรุ่นอื่นๆเช่น Korg ,Yamaha ที่เป็น Synth ผมยังไม่เคยเห็นฟังก์ชั่นนี้นะครับ
ฟังก์ชั่นที่ต้องรอ อุปกรณ์เสริมถึงจะใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ
ก็ AudioRecord นี่ไงครับ เห็น Fader สีเงิน 5 ตัวอยู่ด้านขวาเครื่องไหมครับ ตรงนี้ถ้าไม่ได้ใช้อัด Audio อะไรก็ไม่มีทางได้แตะมันแน่นอนครับเค้าอนุญาติให้ใช้ได้แต่ Mode นี้อย่างเดียว ก่อนอื่นเราต้องไปหาซื้อ SD ram มา 1 แถวติดตั้งได้เต็มที่ 512 m แล้วก็ต้องมี Pc card + Memory เตรียมไว้เก็บข้อมูลด้วย ทั้งหมดนี้หาซื้อได้ที่ พันธ์ทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำ แต่อาจจะหายากหน่อยนะครับเพราะต้องเดินหลบไอ่คนขายจำพวกชอบนำเสนอ " โป๊มั๊ยพี่ " ที่เิดินเพ่นพ่านกันตามซอกมุมต่างๆ 555 การอัด AudioTrack ของรุ่นนี้ทำได้ 4 Track 16 bitโยนแทรค ตัดต่อได้เหมือนเครื่องอัดทั่วไปและทำงานร่วมกับซีเควนเซอร์ในตัวเครื่องได้ ดีเหมาะกับผู้ที่ต้องการทำ Demo คร่าวๆมากกว่าที่จะอัดเป็น Master นะครับ ลืมบอกไปครับ ปัจจุบันหากอัพเกรดเป็น Version 2 แล้วจะสามารถใช้เป็น Sampling ได้ และโหลดเสียงดีๆเข้ามาเล่นได้ครับเช่น เสียงเปียโนจาก Fantom X , Motif Es , และเสียงอื่นๆอีกมากมาย และหามาใช้ได้จากอินเทอร์เนตอีกเีพียบครับ
วัสดุของ Juno G
บอดี้ ในส่วนของ Panel ด้านที่เราจะต้องสั่งงานบ่อยๆเป็นเหล็กทำสีดำ รูปแบบโดยรวมจะย้อนยุคคล้ายๆ Juno 60,106 อะไรประมาณนั้นแต่ก็ดันมีจอ LCD ขนาดใหญ่มาขัดความเป็น Vintage Tribute ซะงั้น ก็น่าจะชอบสำหรับคนที่ต้องการดีไซน์วินเทจแต่ข้างในเป็นดิจิตอลนะครับ
ปุ่มกด เป็นปุ่มพลาสติกใสและทึบ มีไฟแสดงผลภายในสีแดง ขนาดของปุ่มกดใช้งานได้สะดวกดีครับ ในส่วนของ Volume ,SoundModify เป็นแบบ Rotary ต้องหมุนๆเอาครับ คนที่ถนัดแต่เลื่อนขึ้นเลื่อนลงอาจจะไม่ชอบได้ Pitchbend ก็เป็นเอกลักษณ์ของ Roland เค้าล่ะครับตามรูป
คีย์ กด รุ่นจะนี้จะโดนลดความยาวของคีย์ขาวลงไปจากคีย์รุ่นอื่นๆลงไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ทำให้ถึงกับเล่นได้ไม่ถนัดนะครับ คีย์แบบนี้
ที่เห็นใช้กันก็มีรุ่น Juno Di, GW-8
น้ำหนักโดยรวม เบามากครับ ประมาณ 6 กิโลกรัมครับ เคลื่อนย้ายด้วยตัวเองได้สะดวกมากๆ คู่แข่งที่น้ำหนักเบากว่านี้ก็มีเป็น
Korg X50 ครับ แต่คีย์กดมันสู้ตัวนี้ไม่ได้เลยครับ
Roland Juno G เหมาะกับผู้ที่ต้องการคีย์บอร์ดน้ำหนักเบาและมีฟังก์ชั่นที่สามารถทำซีเควน เซอร์+ อัดเสียงเป็นDemo ได้ มีเสียง Preset โดยรวมที่ดีและใหม่กว่า XP series และชอบการออกแบบที่ย้อนยุคของมันด้วยล่ะ ตัวนี้ตอบโจทย์ได้แน่นอน
_________________________________________________
SPECIFICATIONS
JUNO-G Features:
- 61 velocity-sensitive keys
- Large, backlit display
- 128-voice maximum polyphony
- 16 parts
- Fantom-X sound engine and Fantom-X quality sounds
- 64MB wave memory
- SRX expansion slot for additional wave memory
- 16-track song recorder
- 4 tracks audio
- DIMM slot (for adding memory for audio recording)
- 3 multi-effects processors, plus dedicated processors for reverb and chorus (5 total)
- 6 mastering input effects plus 3-band compressor
- Multi-effects (78), reverb (5), and chorus (3)
- 768 patches plus 256 GM2
- 36 rhythm sets (plus 9 GM2)
- D-Beam controller
- Pitch and modulation levers
- 6 sound modification controls
- PC card slot for storage (supports SmartMedia and CompactFlash with adapter)
- USB for computer connectivity for transfer and MIDI
- Dual MIDI in/out



แหล่มมากครับ กำลังสนใจตัวนี้อยู่เหมือนกัน