ถ้าเจอ internal link ที่มีปัญหาคลิคแล้วตาย อ่านวิธีแก้ขั้นต้นครับ



ลิงค์หน้านี้ไปที่เฟซบุ๊คของคุณ Share
Thread Rating:
  • 0 Vote(s) - 0 Average
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
ซายน์ โชว์ ( สัปดาห์วิทยาศาสาตร์ )
Tue-4-Aug-2009, 21:45,
#1
ซายน์ โชว์ ( สัปดาห์วิทยาศาสาตร์ )
ผอ. ที่โรงเรียนให้คิดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับ เสียง
ให้ออกมาในรูปแบบ โชว์ และมีเกมส์สนุก ๆ
พร้อมทั้งสรุปองค์ความรู้ง่าย ๆ ให้เด็ก ๆ

ผมควรเริ่มจากตรงไหนครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ Cry1

ไปไม่เป็นเลยครับ Cry1
Wed-5-Aug-2009, 02:01,
#2
RE: ซายน์ โชว์ ( สัปดาห์วิทยาศาสาตร์ )
เอากระป๋องเจาะรูผูกเชือกเป็นโทรศัพท์ ให้เด็กพูดถ่ายทอดข้อความสัก 6-7 ทอด
แล้วดูว่าคนสุดท้ายทีมไหน ได้ข้อความใกล้เคียงกับต้นฉบัยมากกว่ากัน ทีมนั้นชนะ
Wed-5-Aug-2009, 03:56, (This post was last modified: Wed-5-Aug-2009, 03:56 by Tula.)
#3
RE: ซายน์ โชว์ ( สัปดาห์วิทยาศาสาตร์ )
เอาเชือกหนังยางสำหรับโดด
มาสาธิตเรื่อง Standing Wave ว่าการเกิดนั้นเกิดได้ยังไง

แล้วอย่าลืมสาธิตการเกิด Harmonics ด้วยนะครับ...

แค่เอามาแกว่ง ก็เห็นแล้วครับ... ง่ายๆ..
ทำให้เกิด loop 1, 2, 3 ลูกให้ดู...แล้วสอนเรื่อง Node, Antinode การสะท้อนปลายปิด ปลายเปิดได้...



สาธิตเรื่อง Fundamental Frequency ของวัตถุต่างๆ...

เอาลำโพงมาตัวนึง...แล้วเอาคอมมาตัวนึง
generate ความถี่ต่างๆ หาให้ได้ว่าวัตถุนั้นๆ มี fundamental frequency เท่าไร
โดยการสังเกตุว่าวัตถุนั้นสั่นตามเสียงที่ปล่อยไปอย่างรุนแรงหรือเปล่า...

เอาเรื่องสะพานขึงที่พัง จากการที่ลมมันพัดเบาๆ (แต่ตรงกับ fundamental freq.) มายกเป็นตัวอย่างก็ได้ครับ...



สาธิตเรื่อง การเดินทางของ เสียงแหลม เสียงทุ้ม ว่าเสียงไหน เดินทางอ้อมวัตถุได้ดีกว่ากัน

คือเสียงแหลม มันเดินทางค่อนข้างเป็นเส้นตรง แต่เสียงทุ้ม มันเดินทางอ้อมได้

สังเกตุได้ง่ายๆ ว่า ถ้าเอาวัตถุมาบังหน้าลำโพง เสียงที่หายไป จะเป็นเสียงแหลมมากกว่า แ่ต่เสียงทุ้มยังฟังได้ยินเกือบเหมือนเดิม

หรือให้ยืน on axis กับลำโพง เทียบกับการยืนฟังหลังลำโพง ว่าได้ยิน ทุ้มแหลมต่างกันมากแค่ไหน...

(แต่ความเร็วของเสียงในแต่ละความถี่ เร็วเท่ากันนะครับ สิ่งที่ต่างกันคือความยาวคลื่นเท่านั้น
ความเร็วของเสียงขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความถี่)




สาธิตเรื่อง Hass Effect ....(Precedence Effect)

ส่งเสียงออกจากลำโพงสองตัวเหมือนๆ กันทุกประการ (นั่งฟังตรงกลาง)
ตอนนี้จะรู้สึกว่าต้นกำเหนิดเสียงอยู่ตรงกลาง

แล้ว Delay เสียง อีกข้างนึงไป...จะทำให้รู้สึกว่าต้นกำเหนิดเสียงย้ายไปอยู่ข้างที่มาเร็วกว่า (ข้างที่ไม่ได้ Delay)


มีอีกเพียบเลยครับ.... อยากไปช่วยจัดจัง...น่าสนุกมากๆๆๆ

หาอ่านได้เพิ่มเดิมที่ wikipedia ครับ...
Wed-5-Aug-2009, 13:39, (This post was last modified: Wed-5-Aug-2009, 13:40 by มหาออด.)
#4
RE: ซายน์ โชว์ ( สัปดาห์วิทยาศาสาตร์ )
ขอบคุณพี่อ้นกับพี่ตุลย์ครับ Smile_big

-----------------------------------

สาธิตเรื่อง การเดินทางของ เสียงแหลม เสียงทุ้ม ว่าเสียงไหน เดินทางอ้อมวัตถุได้ดีกว่ากัน

คือเสียงแหลม มันเดินทางค่อนข้างเป็นเส้นตรง แต่เสียงทุ้ม มันเดินทางอ้อมได้

สังเกตุได้ง่ายๆ ว่า ถ้าเอาวัตถุมาบังหน้าลำโพง เสียงที่หายไป จะเป็นเสียงแหลมมากกว่า แ่ต่เสียงทุ้มยังฟังได้ยินเกือบเหมือนเดิม

หรือให้ยืน on axis กับลำโพง เทียบกับการยืนฟังหลังลำโพง ว่าได้ยิน ทุ้มแหลมต่างกันมากแค่ไหน...

(แต่ความเร็วของเสียงในแต่ละความถี่ เร็วเท่ากันนะครับ สิ่งที่ต่างกันคือความยาวคลื่นเท่านั้น
ความเร็วของเสียงขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความถี่)



สาธิตเรื่อง Hass Effect ....(Precedence Effect)

ส่งเสียงออกจากลำโพงสองตัวเหมือนๆ กันทุกประการ (นั่งฟังตรงกลาง)
ตอนนี้จะรู้สึกว่าต้นกำเหนิดเสียงอยู่ตรงกลาง

แล้ว Delay เสียง อีกข้างนึงไป...จะทำให้รู้สึกว่าต้นกำเหนิดเสียงย้ายไปอยู่ข้างที่มาเร็วกว่า (ข้างที่ไม่ได้ Delay)

------------------------------------

จะจัดกิจกรรมผ่านสองหัวข้อนี้ครับ
นำเสนอ ผอ. แล้ว ตกลงครับ

ขอบคุณครับผม

Smile_big
Wed-5-Aug-2009, 14:09,
#5
RE: ซายน์ โชว์ ( สัปดาห์วิทยาศาสาตร์ )
โอโห...ดีใจจัง เราก็ทำตัวเป็นประโยชน์กับเค้าได้ด้วย...


พี่ออดครับ... ผมมี text จะส่งให้พี่
PM email มาให้ผมด้วยครับ..
Thu-6-Aug-2009, 08:32,
#6
RE: ซายน์ โชว์ ( สัปดาห์วิทยาศาสาตร์ )
จะเชิญเด็ก ๆ โรงเรียนใกล้ ๆ มาร่วมสนุกด้วยครับ Smile_big
Thu-6-Aug-2009, 11:35,
#7
RE: ซายน์ โชว์ ( สัปดาห์วิทยาศาสาตร์ )
เข้ามาอ่านคำแนะนำของคุณ Tula แล้วคิดว่า โอ้ว..ทำไมเราไม่เคยทราบเลยน้าาาาาา
เช่น เสียงแหลม มันเดินทางค่อนข้างเป็นเส้นตรง แต่เสียงทุ้ม มันเดินทางอ้อมได้
สังเกตุได้ง่ายๆ ว่า ถ้าเอาวัตถุมาบังหน้าลำโพง เสียงที่หายไป จะเป็นเสียงแหลมมากกว่า
แ่ต่เสียงทุ้มยังฟังได้ยินเกือบเหมือนเดิม

อ่านแล้วอยากกลับไปเป็นนักเรียน จะได้ตั้งใจเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ให้ดีๆเลยค่ะ Smile_big

แต่ไม่เป็นไรค่ะ .. กลับไปไม่ได้ มาศึกษาในนี้ก็ได้ค่ะ มีแต่คนเก่งๆมาให้ความรู้ Smile

ขอบคุณมากนะคะSmile
Thu-6-Aug-2009, 12:51,
#8
RE: ซายน์ โชว์ ( สัปดาห์วิทยาศาสาตร์ )
Tula ครับ เรื่องเสียงเดินอ้อมเนี่ย มันเป็นอย่างงี้ได้ด้วยหรือเปล่าครับ Smile

1.เสียงแหลมมีความยาวคลื่นสั้นกว่าวัตถุที่เอามาบัง แต่เสียงทุ้มใหญ่ วัตถุเลยบังไม่ได้

2. หูมนุษย์ไวต่อเสียงแหลมในช่วง 1000 - 5000 Hz มากกว่าเสียงเบส ( SPL ) ทำให้พลังงานที่ทำให้
เสียงแหลมดังเท่ากับเสียงทุ้มมีน้อยกว่า ดังนั้นเมื่อเราปิดกั้นเสียงแหลม พลังงานของเสียงแหลม
เลยถูกดูดซับ แต่พลังงานเสียงทุ้มซึ่งมีเยอะกว่าก็เลยไม่สามารถดูดซับหรือปิดกั้นได้
(กรณีเดียวกับเวลาเปิดเพลงดังๆหรือซ้อมดนตรีแล้วนอกห้องได้ยินแต่เสียงเบส)
Thu-6-Aug-2009, 13:16,
#9
RE: ซายน์ โชว์ ( สัปดาห์วิทยาศาสาตร์ )
(Thu-6-Aug-2009, 12:51)patchara Wrote: Tula ครับ เรื่องเสียงเดินอ้อมเนี่ย มันเป็นอย่างงี้ได้ด้วยหรือเปล่าครับ Smile

1.เสียงแหลมมีความยาวคลื่นสั้นกว่าวัตถุที่เอามาบัง แต่เสียงทุ้มใหญ่ วัตถุเลยบังไม่ได้

คล้ายๆ อย่างนั้นพี่
ก็ความรู้เรื่องคลื่นพื้นฐานแหละพี่
แต่จะพูดถึงว่าวัตถุบังไม่ได้ มันก็ไม่ค่อยถูกนักครับ..
เพราะว่าคลื่นมันมีคุณลักษณะคือ..

เลี้ยวเบน
แทรกสอด
หักเห

(ฟิสิกส์ ม.ปลาย)

โอยเรื่องยาวมาก
สรุปก็คือ ถ้าความยาวคลื่นมันมากๆ
ลักษณะคือมันจะเลี้ยวเบนได้มากกกว่า เราเลยได้ยินอยู่ ถึงแม้จะมีอะไรมาบดบังมัน

(Thu-6-Aug-2009, 12:51)patchara Wrote: 2. หูมนุษย์ไวต่อเสียงแหลมในช่วง 1000 - 5000 Hz มากกว่าเสียงเบส ( SPL ) ทำให้พลังงานที่ทำให้
เสียงแหลมดังเท่ากับเสียงทุ้มมีน้อยกว่า ดังนั้นเมื่อเราปิดกั้นเสียงแหลม พลังงานของเสียงแหลม
เลยถูกดูดซับ แต่พลังงานเสียงทุ้มซึ่งมีเยอะกว่าก็เลยไม่สามารถดูดซับหรือปิดกั้นได้
(กรณีเดียวกับเวลาเปิดเพลงดังๆหรือซ้อมดนตรีแล้วนอกห้องได้ยินแต่เสียงเบส)

ก็ใช่ครับ.. แต่มันดูเป็นเหตุผลที่ไม่เกี่ยวกันครับ
หูมนุษย์ไวต่อเสียงในช่วงนั้นจริงๆ

แต่มันไม่เกี่ยวกับการถุกดูดซับมาก-น้อย จากตัวกลางนะครับ
คนละเรื่องกันอะพี่... แต่ที่พี่พูดมามันถูกหมดแหละครับ

ส่วนเรื่อง "พลังงาน" ที่ทำให้ได้ยินเสียงดังเท่าๆ กันในแต่ละความถี่
ก็ถูกอีกแหละครับ คือหูมนุษย์ จะมีลักษณะได้ยินความดังของเสียง
ในแต่ละความถี่เป็นแบบ logarithm อย่างที่พี่พัชรว่าจริงๆครับ

ดังนั้นเวลาทดสอบระบบเสียง เลยใช้ pinknoise ในการทดสอบซะส่วนใหญ่
เพราะเป็น noise ที่มีพลังงานเท่ากันในแต่ละช่วง octave
ซึ่งจะไม่ค่อยได้ใช้ whitenoise ในการทดสอบ
เพราะ whitenoise จะมีพลังงานเท่ากันในทุกๆ ช่วงความถี่ (ซึ่งเสียงจะแหลมกว่ามาก อันตรายกับหู)
Thu-6-Aug-2009, 13:24,
#10
RE: ซายน์ โชว์ ( สัปดาห์วิทยาศาสาตร์ )
ขอบคุณครับ ตุลาน่ารัก Smile


Forum Jump:


 Quick Theme: